ประกันอัคคีภัยคืออะไร? บ้านและธุรกิจควรคุ้มครองอะไรบ้าง

blank

ประกันอัคคีภัยช่วยชดเชยความเสียหายต่อสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินจากไฟไหม้และภัยที่ระบุในกรมธรรม์ จุดสำคัญที่สุดคือระบุทรัพย์สินให้ครบและตั้งทุนตามต้นทุนสร้างใหม่หรือมูลค่าที่เหมาะสม ไม่ใช่ราคาที่ดินหรือราคาขายรวม

ไฟไหม้หนึ่งครั้งอาจเสียหายตั้งแต่โครงสร้างอาคาร ระบบไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงสต็อกสินค้าและเครื่องจักร แม้มีเหตุเพียงเล็กน้อย ควัน น้ำจากการดับเพลิง หรือการหยุดดำเนินธุรกิจก็สร้างค่าใช้จ่ายได้มาก ประกันอัคคีภัยจึงควรวางแผนจากทรัพย์สินจริงและความเสี่ยงของสถานที่ ไม่ใช่ซื้อเพียงเพื่อประกอบการกู้เงิน


 

ประกันอัคคีภัยคืออะไร

ประกันอัคคีภัยเป็นประกันวินาศภัยที่ชดใช้ความเสียหายต่อทรัพย์สินจากไฟไหม้และภัยอื่นที่ระบุไว้ โดยผู้เอาประกันต้องมีส่วนได้เสียในทรัพย์สิน ความคุ้มครองอาจใช้กับบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน ร้านค้า โรงงาน คลังสินค้า ตลอดจนเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ เครื่องจักร และสต็อกตามที่แจ้งไว้

การชดใช้พิจารณาจากความเสียหายจริง ภายในจำนวนเงินเอาประกันภัย และตามวิธีประเมินมูลค่าที่ระบุ กรมธรรม์ไม่ได้ทำให้ผู้เอาประกันมีกำไรจากความเสียหาย จึงต้องตั้งทุนและแยกหมวดทรัพย์สินอย่างถูกต้อง

 

บ้านอยู่อาศัยกับธุรกิจควรคุ้มครองอะไร

blank

ควรตรวจเอกสารกรรมสิทธิ์ สัญญาเช่า และความรับผิดชอบระหว่างเจ้าของอาคารกับผู้เช่า เพื่อป้องกันการทำประกันซ้ำบางส่วนหรือปล่อยทรัพย์สินบางหมวดไม่มีความคุ้มครอง

 

ภัยที่คุ้มครองและภัยที่อาจต้องซื้อเพิ่ม

1. ไฟไหม้

เป็นความคุ้มครองหลัก แต่ยังต้องเป็นไปตามนิยาม สาเหตุ และข้อยกเว้นของกรมธรรม์ เช่น การเผาทรัพย์สินโดยเจตนาไม่อยู่ในความคุ้มครอง

2. ฟ้าผ่าและการระเบิด

บางแบบรวมภัยพื้นฐานตามเงื่อนไข แต่ความเสียหายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าจากกระแสไฟหรือแรงดันอาจต้องดูรายละเอียดเพิ่มเติม

3. ภัยน้ำท่วม ลมพายุ และแผ่นดินไหว

มักเป็นภัยเพิ่มเติมหรือมีวงเงินเฉพาะ ควรพิจารณาจากทำเล ประวัติพื้นที่ และระดับความเสี่ยงของอาคาร

4. ภัยจากน้ำและยานพาหนะ

ความเสียหายจากน้ำรั่วไหล การชนของยานพาหนะ หรือควันอาจซื้อเพิ่มได้ตามผลิตภัณฑ์และเงื่อนไข

5. การโจรกรรม

ประกันอัคคีภัยทั่วไปไม่จำเป็นต้องคุ้มครองโจรกรรม ควรตรวจว่าต้องมีร่องรอยงัดแงะ ระบบรักษาความปลอดภัย และวงเงินต่อทรัพย์สินหรือไม่

6. ธุรกิจหยุดชะงัก

เป็นความคุ้มครองอีกส่วนที่ช่วยรายได้หรือค่าใช้จ่ายคงที่เมื่อธุรกิจหยุดจากความเสียหายที่คุ้มครอง ต้องคำนวณระยะเวลาชดใช้และกำไรขั้นต้นอย่างเหมาะสม

 

ทุนประกันอัคคีภัยควรกำหนดอย่างไร

1. สิ่งปลูกสร้าง: ใช้ต้นทุนสร้างใหม่ ไม่รวมราคาที่ดิน

ทุนอาคารควรสะท้อนค่าใช้จ่ายในการสร้างอาคารลักษณะเดียวกันขึ้นใหม่ รวมงานระบบและส่วนติดตั้งถาวรตามหลักเกณฑ์ ไม่ใช่ราคาซื้อขายบ้านที่รวมมูลค่าที่ดิน ทำเล และกำไรทางการตลาด สำนักงาน คปภ. มีเครื่องมือคำนวณเบื้องต้นจากพื้นที่ใช้สอย คุณภาพวัสดุ และราคาต่อตารางเมตร

2. มูลค่าสร้างใหม่กับมูลค่าที่แท้จริง

แบบมูลค่าสร้างใหม่มุ่งชดใช้ต้นทุนทดแทนด้วยทรัพย์สินใหม่ตามเงื่อนไข ส่วนมูลค่าที่แท้จริงพิจารณาหักค่าเสื่อมราคา ความแตกต่างนี้มีผลทั้งต่อทุนประกัน เบี้ย และจำนวนค่าสินไหม จึงควรเลือกและบันทึกไว้ให้ชัด

3. ทรัพย์สินภายในและสต็อก

จัดทำรายการทรัพย์สินและมูลค่าทดแทนปัจจุบัน สำหรับธุรกิจควรแยกเครื่องจักร อุปกรณ์ และสต็อก รวมถึงทบทวนช่วงที่สต็อกสูงตามฤดูกาล หากมีการซื้อเครื่องจักรหรือปรับปรุงอาคารระหว่างปี ควรแจ้งเพิ่มทุน

 

ระวังการทำประกันต่ำกว่ามูลค่าจริง: หากตั้งทุนต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สินอย่างมีนัยสำคัญ กรมธรรม์อาจใช้หลักเฉลี่ย ทำให้ความเสียหายบางส่วนได้รับชดใช้เพียงตามสัดส่วน ผู้เอาประกันจึงต้องรับภาระส่วนต่างมากกว่าที่คิด

 

7 ขั้นตอนเลือกประกันอัคคีภัย

1. ระบุผู้มีส่วนได้เสีย

ตรวจชื่อเจ้าของทรัพย์ ผู้เช่า ผู้ให้เช่าซื้อ และสถาบันการเงินให้ครบ เพื่อให้สิทธิ์ในกรมธรรม์สอดคล้องกับเอกสารจริง

2. สำรวจทรัพย์สินเป็นหมวด

แยกอาคาร เฟอร์นิเจอร์ เครื่องจักร สต็อก และทรัพย์สินของผู้อื่น ไม่ใช้ตัวเลขก้อนเดียวโดยไม่มีรายละเอียด

3. กำหนดทุนด้วยวิธีที่เหมาะสม

ใช้อัตราค่าก่อสร้างหรือราคาทดแทนปัจจุบัน และทบทวนอย่างน้อยปีละครั้งเมื่อราคาวัสดุหรือทรัพย์สินเปลี่ยน

4. ประเมินภัยตามทำเล

พื้นที่น้ำท่วม ลมแรง ใกล้แหล่งเชื้อเพลิง อาคารติดกัน หรือการใช้วัตถุไวไฟ ต้องเลือกภัยเพิ่มเติมและมาตรการป้องกันให้สอดคล้อง

5. ตรวจค่าเสียหายส่วนแรก

ภัยบางประเภทอาจมี Deductible หรือวงเงินจำกัด ต้องรู้จำนวนเงินที่ต้องรับเองต่อเหตุการณ์

6. แจ้งลักษณะการใช้สถานที่ตามจริง

บ้านพัก ร้านค้า โกดัง และโรงงานมีความเสี่ยงต่างกัน การเปลี่ยนการใช้งานหรือปล่อยอาคารว่างอาจต้องแจ้งบริษัท

7. เก็บหลักฐานทรัพย์สิน

ถ่ายภาพ เก็บใบเสร็จ แบบอาคาร เลขเครื่องจักร และข้อมูลสต็อกไว้สำรองนอกสถานที่หรือบนระบบออนไลน์ เพื่อช่วยยืนยันความเสียหาย

 

 

ข้อยกเว้นและความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

ข้อยกเว้นแตกต่างกันตามแบบกรมธรรม์ ตัวอย่างที่ควรตรวจ ได้แก่ การกระทำโดยเจตนา สงคราม ความเสี่ยงนิวเคลียร์ การสึกหรอหรือเสื่อมสภาพ ความเสียหายทางไฟฟ้าบางลักษณะ ทรัพย์สินบางประเภท เช่น เงินสด เอกสาร หลักทรัพย์ หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และอาคารที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยเป็นเวลานาน

  • มีประกันสินเชื่อบ้าน ไม่ได้แปลว่าทรัพย์สินภายในบ้านคุ้มครองครบ
  • ทุนประกันไม่ควรรวมราคาที่ดิน แต่ควรรวมงานติดตั้งถาวรที่ต้องสร้างใหม่
  • น้ำท่วมและโจรกรรมไม่จำเป็นต้องรวมในแผนพื้นฐานทุกฉบับ
  • มีหลายกรมธรรม์ไม่ได้ทำให้รับค่าสินไหมเกินความเสียหายจริง

 

เมื่อเกิดเพลิงไหม้ควรทำอย่างไร

  • ให้ความปลอดภัยของชีวิตมาก่อน โทรแจ้งเหตุฉุกเฉินและอพยพออกจากพื้นที่
  • แจ้งบริษัทประกันภัยหรือนายหน้าโดยเร็ว และปฏิบัติตามคำแนะนำในการรักษาซาก
  • ถ่ายภาพหรือวิดีโอความเสียหายเมื่อเจ้าหน้าที่อนุญาตและพื้นที่ปลอดภัย
  • จัดทำรายการทรัพย์สินเสียหาย พร้อมใบเสร็จ บัญชีสต็อก หรือหลักฐานมูลค่า
  • อย่าทิ้งหรือซ่อมแซมทรัพย์สินครั้งใหญ่ก่อนการสำรวจ เว้นแต่จำเป็นเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่ม
  • ขอรายงานจากตำรวจ หน่วยดับเพลิง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกรณี

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. ประกันอัคคีภัยคุ้มครองน้ำท่วมหรือไม่?

ไม่ใช่ทุกกรมธรรม์ น้ำท่วมมักต้องระบุเป็นภัยเพิ่มเติมหรือมีวงเงินเฉพาะ ควรตรวจหน้าตารางกรมธรรม์

2. บ้านที่ผ่อนธนาคารต้องซื้อประกันเองเพิ่มหรือไม่?

ตรวจกรมธรรม์ที่ทำกับธนาคารก่อนว่าคุ้มครองอาคารเท่าไร ครอบคลุมทรัพย์สินภายในและภัยเพิ่มเติมหรือไม่ แล้วจึงพิจารณาเติมส่วนขาด

3. ควรตั้งทุนเท่าราคาบ้านหรือไม่?

ไม่ควรใช้ราคาซื้อขายทั้งหมด เพราะรวมที่ดินและทำเล ทุนอาคารควรอิงต้นทุนสร้างใหม่ตามขนาดและวัสดุ ส่วนทรัพย์สินภายในคำนวณแยก

4. ไฟฟ้าลัดวงจรคุ้มครองหรือไม่?

หากเกิดไฟไหม้ต่อเนื่อง ความเสียหายจากไฟอาจพิจารณาตามเงื่อนไข แต่ความเสียหายเฉพาะตัวอุปกรณ์จากกระแสไฟอาจมีข้อจำกัด ต้องตรวจกรมธรรม์

5. ผู้เช่าควรทำประกันอัคคีภัยหรือไม่?

ผู้เช่าควรพิจารณาทรัพย์สินของตน ความรับผิดต่อเจ้าของอาคาร และข้อกำหนดในสัญญาเช่า ส่วนเจ้าของอาคารดูแลโครงสร้างตามส่วนได้เสีย

6. ทำประกันหลายบริษัทแล้วเคลมได้ทุกบริษัทเต็มวงเงินไหม?

ประกันทรัพย์สินชดใช้ตามความเสียหายจริง บริษัทต่าง ๆ อาจแบ่งสัดส่วนความรับผิดตามหลักการประกันซ้ำ ไม่จ่ายเกินมูลค่าความเสียหาย

 

ประกันอัคคีภัยที่ดี เริ่มจากการสำรวจทรัพย์สิน ตั้งทุนตามมูลค่าที่เหมาะสม และเลือกภัยให้ตรงกับทำเลและการใช้งาน บ้านควรแยกอาคารกับทรัพย์สินภายใน ส่วนธุรกิจควรพิจารณาเครื่องจักร สต็อก และผลกระทบจากการหยุดดำเนินงานด้วย การทบทวนทุนทุกปีช่วยลดความเสี่ยงจากการทำประกันต่ำกว่ามูลค่าจริง

 

 

ปิดโหมดสีเทา